บ่ายนี้กับกลิ่นคุกกี้อบใหม่หอมๆ ฟุ้งไปทั้งบ้าน... จากคุกกี้วัยเด็กที่คุ้นเคย มาลองปรับลุคใหม่ให้ดูแพงและมินิมอลขึ้น ดึงรสหวานให้ชัดขึ้นแล้วใส่ดอกเกลือเม็ดใหญ่ด้านบน เพิ่มมิติให้คุกกี้สูตรนี้น่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตัดเต็มเบา ๆ หยิบเพลินมาก ๆ ค่ะ
สูตรนี้ไม่อบควันเทียนนะคะ ส่วนตัวไม่ชอบกลิ่น และคนญี่ปุ่นก็ไม่ชอบแต่มักจะไม่กล้าพูดเวลาได้เป็นของฝาก ใครที่กำลังมองหาสูตรคุกกี้สิงคโปร์ ขอฝากสูตรนี้ให้ไปลองทำนะคะ
คุกกี้สิงคโปร์ใส่ดอกเกลือ
ส่วนผสม
แป้งสาลีอเนกประสงค์ 300 กรัม
น้ำตาลทราย 85 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (บด) 25 กรัม
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (ผ่าครึ่ง) 20 กรัม
ผงฟู 1⁄2 ช้อนชา
เกลือ1⁄2 ช้อนชา
เนย 125 กรัม
น้ำมันรำข้าว 4 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 4 ข้อนโต๊ะ
ไข่แดงสำหรับทาหน้า ผสมวานิลลานิดหน่อยจะทาง่ายขึ้นนะคะ
ดอกเกลือ
วิธีทำ
1.นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์ 25 กรัม มาบดให้ละเอียด
2.ร่อนแป้งสาลีอเนกประสงค์ ผงฟู เกลือ ร่วมกัน 2 ครั้ง นำเม็ดมะม่วงหิมพานต์บดและน้ำตาลทรายมาผสมกับส่วนผสมแป้ง จากนั้นใส่เนยและน้ำมันพืช นมข้นจืด เคล้าให้เข้ากัน พักไว้ในตู้เย็น 20 นาที
3.คลึงแป้งหนาประมาณ 1 เซนติเมตร จากนั้นใช้ที่กดคุกกี้เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 นิ้วมาตัดเป็นชิ้นๆ เสร็จแล้วมาเรียงบนถาดอบที่รองกระดาษรองอบเรียบร้อย ทาไข่แดง จากนั้นนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาแบ่งครึ่งแล้วนำไปวางบนหน้าคุกกี้ กดเบา ๆ ทาไข่แดงอีกรอบ โรยดอกเกลือ กดเบา ๆ นะคะ คุกกี้จะได้ไม่แตก
4.นำเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 170 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที พักให้เย็นก่อนเสิร์ฟ
หลายคนเจอปัญหาทำคุกกี้สิงคโปร์แล้วสีซีด หรือหยิบแล้วแตกคามือ วันนี้มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ จากการลองผิดลองถูกในครัวมาฝากกันค่ะ
แป้งต้องพัก: หลังจากผสมแป้งแล้ว ลองพักไว้ในตู้เย็นสักครู่เพื่อให้ส่วนผสมเซตตัว จะช่วยให้ปั้นง่ายและลายสวยคม
Glazing: ทาไข่แดงเพื่อสีเหลืองทองที่สม่ำเสมอและเงางามสะดุดตา
Low & Slow: อบด้วยไฟอ่อนแต่เนิ่นๆ เพื่อให้ความร้อนถึงใจกลาง คุกกี้จะกรอบนานและไม่มีกลิ่นแป้งไม่สุก
ถามเพื่อนๆ หน่อยค่ะ: ชอบกินคุกกี้สิงคโปร์คู่กับ "ชาเขียวร้อน" หรือ "กาแฟดำ" มากกว่ากันคะ? คอมเมนท์บอกกันหน่อยน้า ☕️🍵

























