สโคนโยเกิร์ต (Yogurt Scones)
Sunday, May 01, 2022ต๊ะเคยลงสูตรสโคนไว้ใน Blog หลายต่อหลายสูตรนะคะ ทั้งแบบใส่ผลไม้ ใส่ชานม ใส่นมถั่วเหลือง ใส่วอลนัท โอย สารพัดจะทำ ก็แน่ล่ะ อยู่มานาน แต่ถึงยังไงก็ยังมีสโคนแบบที่ต๊ะอยากลองทำอยู่ดีนะ แถวบ้านต๊ะมีร้านสโคนอร่อย ๆ หลายร้าน ทั้งสไตล์อังกฤษแท้ และสไตล์ญี่ปุ่นที่ใส่เนยน้อยลงมาหน่อย ไม่ใส่วิปครีม ใส่โยเกิร์ต แต่ยังได้ความหอมเนย แต่เบาและร่วนขึ้น ซึ่งเป็นสไตล์ที่ต๊ะก้ชอบนะคะ มันเบาขึ้นก็จริง ยังหอมหวาน ได้ความฟินเวลากินกับชาร้อน ๆ ใครที่กำลังมองหาสูตรสโคนอร่อย ๆ ขอฝากให้ลองไปทำอีกสูตรนะคะ
เอาล่ะค่ะตามมาดูสูตรสโคนโยเกิร์ตที่ต๊ะทำกินกับซาดาโอะ และโคชิดีกว่า อร่อยน้า
ส่วนผสม
แป้งเค้ก (แป้งสาลีโปรตีนต่ำ) 200 กรัม
น้ำตาลคิบิ / นํ้าตาลอ้อยญี่ปุ่น (หรือน้ำตาลทรายไม่ขัดสี) 20 กรัม
ผงฟู 8 กรัม
เนยจืด 50 กรัม
ไข่ไก่ 1 ฟอง (55กรัม)
โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 60 กรัม
ขั้นตอนที่ 1: ผสมของแห้ง
ใส่แป้งเค้ก, น้ำตาล และผงฟูลงในชามผสม ใช้ตะกร้อมือคนผสมให้เข้ากันอย่างทั่วถึง
ขั้นตอนที่ 2: สับเนยกับแป้ง
ใส่เนยจืดที่แช่เย็นไว้ลงไปใช้ที่ตัดแป้งสับเนยให้ขาดเป็นชิ้นเล็ก ๆ จากนั้นใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างถูแป้งกับเนยเบา ๆ เพื่อให้เนยและแป้งเนียนผสมเข้าด้วยกัน
เทส่วนผสมไข่และโยเกิร์ตที่เตรียมไว้ลงไปทั้งหมดในครั้งเดียว ใช้ที่ตัดแป้งผสมแป้งเป็นแนวตั้ง (คล้ายการตัด) จนกระทั่งส่วนผสมเริ่มรวมตัวกันและมีความชื้นทั่วถึงกัน จึงนำแป้งออกมาวางบนโต๊ะ แล้วใช้ฝ่ามือกดเบา ๆ ให้แป้งจับตัวเป็นก้อน
ขั้นตอนที่ 4: รีดและพับแป้ง
รีดแป้งออกเป็นแผ่น จากนั้นใช้ที่ตัดแป้งตัดแบ่งครึ่งแป้งแล้วนำมาวางซ้อนทับกัน ทำซ้ำขั้นตอนการรีด-ตัด-ซ้อนทับนี้ทั้งหมด 3 ครั้ง
ขั้นตอนที่ 5: พักแป้ง
ห่อก้อนแป้งด้วยพลาสติกแรป แล้วนำไปแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
(ก่อนจะนำแป้งออกจากตู้เย็น ให้เริ่มเปิดวอร์มเตาอบไว้ที่อุณหภูมิ 180°C รอไว้เลยค่ะ)
ขั้นตอนที่ 6: กดพิมพ์และเข้าอบ
นำแป้งมารีดให้มีความหนาประมาณ 1 ซม. จากนั้นพับครึ่งแป้งเข้าด้วยกัน แล้วใช้พิมพ์กดสโคนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5 ซม. กดลงไปตรง ๆ
วางสโคนลงบนแผ่นรองอบซิลิโคน หรือกระดาษไข โดยระวังอย่าไปสัมผัสโดนบริเวณด้านข้างที่เป็นรอยตัด นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลา 17 นาที จนสุกเหลืองทองสวย เป็นอันเสร็จเรียบร้อยค่ะ!
หัวใจสำคัญของการทำสโคนสูตรนี้คือ "การพักแป้งในตู้เย็น" ซึ่งมีเหตุผลหลัก 3 ข้อด้วยกันค่ะ:
เพื่อให้แป้งดูดซึมของเหลวและกระจายความชื้นได้อย่างทั่วถึงดียิ่งขึ้น
เพื่อช่วยลดการทำงานของกลูเตน (Gluten) ทำให้เนื้อขนมไม่เหนียว
เพื่อให้แป้งเซ็ตตัวแข็งขึ้น ทำให้กดพิมพ์ได้ง่าย ทรงสวย ไม่เบี้ยว







0 comments